แฟ้มภาพ
“หมอสมาน” มือปราบเหล้า ส่งสัญญาณเตือนครั้งสุดท้าย เตรียมจับปรับสื่อทุกแขนง ทั้งทีวี นิตยสาร นสพ. อินเทอร์เน็ต หากโฆษณาเหล้าไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ดีเดย์ 24 ก.ค.เป็นต้นไป ย้ำหากมีข้อสงสัยชิ้นงานโฆษณาถูกกฎหมายหรือไม่ สอบถามศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่และสุราได้ 24 ชม.
วันนี้ (23 ก.ค.) ที่กรมควบคุมโรค มีการจัดประชุมชี้แจงอนุบัญญัติที่ออกตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 โดยนพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การประชุมชี้แจงครั้งนี้ ได้เชิญสื่อทุกแขนกทั้ง วิทยุ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเลคทรอนิกส์ รวมทั้งนักโฆษณา ประชาสัมพันธ์เพื่อรับฟังพร้อมตอบข้อซักถามเกี่ยวกับกฎหมายอนุบัญญัติ คือ กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการแสดงภาพสัญลักษณ์เพื่อประกอบการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2553 และประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่าด้วยรุปแบบและวิธีการแสดงข้อความคำเตือนประกอบภาพสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2553 ซึ่งจะถือเป็นครั้งสุดท้าย และจะมีการจับปรับตั้งแต่ วันที่24 ก.ค.เป็นต้นไป “การพูดคุยในวันนี้ หลายๆ คำถามแสดงให้เห็นว่าสื่อมีความเข้าใจทะลุ และยอมรับกฎกติกา เหลือเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งหากสื่อมีข้อสงสัยสามารถที่จะนำโฆษณาชิ้นที่เป็นปัญหาสอบถามได้โดยตรงที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่และสุรา ตลอด 24 ชม. ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตอบข้อสงสัยให้เร็วที่สุดภายใน 7 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้กระทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้เท่าทัน” นพ.สมานกล่าว นพ.สมานกล่าวต่อว่า ส่วนโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสื่อทั้งหลาย ปัจจุบันพบว่ายังเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย แม้ว่าจะมีการปรับแก้ไข เช่น ภาพสัญลักษณ์ต้องมีขนาดไม่เกินร้อยละ 5 ของพื้นที่โฆษณาทั้งหมด และให้ปรากฏภาพสัญลักษณ์เฉพาะตอนท้ายของโฆษณาพร้อมคำเตือน ซึ่งยังมีขนาดเล็กกว่าที่กฎหมายกำหนด และห้ามพูดชื่อของผลิตภัณฑ์ หรือกรณีสื่อสิ่งพิมพ์ ยังพบบางฉบับมีโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปกหน้า เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าหากมีการชี้แจงและหารือคลายข้อสงสัยจะมีการปรับแก้ให้ถูกต้องตามกฎหมายากยิ่งขึ้น นพ.สมานกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังสื่อต่างๆ หลายครั้งเพื่อให้ทราบถึงการกระทำผิดกฎหมายและให้มีการปรับแก้แต่ยังไม่ได้ดำเนินการปรับแต่อย่างใด ยกเว้นการโฆษณาทางอินเทอร์เน็ต ที่มีการแจ้งขอให้มีการปรับตามมาตรา 45 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เปรียบเทียบปรับจำนวน 5 แสนบาท เนื่องจากผู้ประกอบการรายนี้ไม่อยากเสียชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม หากยังกระทำความผิดอีกก็จะต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อไป